การตรวจงานระบบไฟฟ้า | Richie Houses รับสร้างบ้านหรู
Knowledge

การตรวจงานระบบไฟฟ้า

การตรวจงานระบบไฟฟ้า 1

สวัสดีครับ คราวนี้ผมจะพูดถึงการตรวจสอบระบบไฟฟ้าภายในบ้านกันนะครับ ซึ่งผมถือว่าระบบไฟฟ้านั้นเป็นสิ่งสำคัญมาก เปรียบเสมือนระบบประสาทของร่างกายคนเราเลยทีเดียว เพราะถ้ามีปัญหาเราก็ไม่สามารถอยู่ได้อย่างปกติสุข ดังนั้นการวางระบบไฟฟ้าที่ดีนั้น ต้องให้วิศวกรไฟฟ้าเป็นผู้ออกแบบ คำนวณ กำหนดชนิด และขนาดของสายไฟให้เหมาะสมกับการใช้งาน ส่วนการทำงาน ณ หน่วยงานก่อสร้างนั้น ต้องเป็นช่างผู้ชำนาญงานเท่านั้น โดยสามารถตรวจสอบจากผลงานที่ผ่านมา หรือจากการแนะนำบอกต่อก็เป็นการเพิ่มความมั่นใจได้ครับ

เราสามารถตรวจสอบระบบงานไฟฟ้าในบ้านเบื้องต้นได้ด้วยตัวเองหลายจุดครับ เช่น

  1. การเชื่อมต่อสายไฟ ต้องทำด้วยความประณีตบรรจงและระมัดระวัง เพราะหากทำด้วยความสะเพร่าหรือรอยต่อยึดสายหลวมเกินไป ก็จะเกิดการนำกระแสไฟที่ไม่ต่อเนื่องและจะเกิดความร้อนขึ้นได้ อาจนำปัญหาอันใหญ่หลวงตามมาภายหลัง โดยปกติการเดินสายไฟระหว่างสวิตซ์ถึงจุดดวงโคมหรือปลั๊ก จะหลีกเลี่ยงการต่อสายระหว่างทาง หรือถ้าจำเป็นต้องมีการต่อแยก จะต้องตัดเชื่อมบริเวณ Junction Box เท่านั้น และต้องย้ำจุดเชื่อมต่อให้แน่นสนิท ทั้งนี้ขนาดของสายไฟก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย เนื่องจากขนาดของสายมีผลต่อความปลอดภัยในการใช้งาน ปกติสายไฟแสงสว่างควรมีขนาดหน้าตัดไม่น้อยกว่า 1.5 มม. และขนาด 2.5 มม. สำหรับสายปลั๊ก
  2. ตรวจสอบตำแหน่งอุปกรณ์ไฟฟ้า สวิตช์ เต้าเสียบ และดวงโคม ท่านเจ้าของบ้านสามารถดูจากแบบแปลนไฟฟ้า ซึ่งจะแสดงแปลนห้องต่าง ๆ ในบ้าน พร้อมกับระบุตำแหน่งการติดตั้ง และการติดตั้งที่เรียบร้อยสามารถดูได้ด้วยสายตาว่าแน่นหนาหรือผิดแนวไปจากแบบหรือไม่
  3. ตรวจสอบระบบไฟเข้าบ้าน ปัจจุบันเรานิยมใช้วิธีร้อยท่อฝังดินเช่นเดียวกับแถบยุโรป ซึ่งจะมีความปลอดภัยและเป็นระเบียบเรียบร้อยกว่า ไม่ระเกะระกะ ไม่รกตายุ่งเหยิง และการเดินสายไฟเข้าหาตัวบ้านควรเป็นระยะทางที่สั้นที่สุดจากมิเตอร์ภายนอกตรงเข้าจุดตั้งตู้ไฟภายในบ้าน
  4. ตรวจสอบตู้ไฟประจำบ้าน (หรือตู้เซอร์กิตเบรกเกอร์ / ตู้ MDB) ตู้นี้มีหน้าที่ควบคุมการจ่ายไฟไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ภายในบ้าน เมื่อเปิดบานหน้าตู้ออกจะเห็น Load Center และแผงเซอร์กิตเบรกเกอร์หรือสะพานไฟเป็นลูกย่อย ๆ เรียงกัน ซึ่งลูกย่อย ๆ เหล่านี้จะทำหน้าที่ ปิด-เปิด การจ่ายไฟไปยังพื้นที่ส่วนต่างๆ เราสามารถตรวจสอบได้ เช่น ลูกเซอร์กิตย่อยลูกที่ 1 ควบคุมระบบปลั๊กไฟในชั้นที่ 1 เมื่อท่านเปิด (on) ที่ลูกเซอร์กิตย่อย แล้วใช้ไขควงวัดไฟตรวจสอบทีละจุด หรือใช้วิธีเสียบปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าในชั้นที่ 1 ตรวจสอบการทำงานทีละจุดก็ได้เช่นกัน และถ้าเราปิด (off) ที่ลูกเซอร์กิตย่อย ปลั๊กไฟในชั้นที่ 1 ทั้งหมด ก็จะไม่มีกระแสไฟเลย และอีกตัวอย่างเช่น ลูกเซอร์กิตย่อยลูกที่ 2 ควบคุมระบบไฟแสงสว่างในชั้นที่ 1 ก็สามารถตรวจสอบการทำงานของหลอดไฟต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเอง โดยการเปิด (on) ลูกเซอร์กิตย่อย แล้วตรวจสอบการเปิด-ปิดสวิตซ์ไฟฟ้าทั้งหมด ทั้งนี้ลูกเซอร์กิตขนาด 16 A. ควรรับจุดแสงสว่างไม่เกิน 15 จุดต่อ 1 ตัว     เซอร์กิต และขนาด 20 A. ควรรับจุดปลั๊กไม่เกิน 10 จุด ต่อ 1 ตัวเซอร์กิต
  5. ตรวจสอบสายดิน ซึ่งควรให้มีเป็นมาตรฐานการทำงาน และระบบความปลอดภัยทางไฟฟ้าอื่นๆ เช่นตัวตัดไฟรั่วไฟเกินอัตโนมัติทั้งระบบ เป็นตัวตัดแบบตู้รวม หรือตัวตัดแบบเซอร์กิตย่อย Safety Switch
  6. การเดินท่อร้อยสาย ควรเดินให้ได้แนวดิ่ง ตั้งฉากกับผนังเพื่อความเรียบร้อย ไม่เฉียง เย้ไปมา และควรแบ่งท่อตามชนิดของสายไฟและการใช้งาน ส่วนสายอากาศโทรทัศน์ สายโทรศัพท์ ควรแยกท่อกับสายไฟฟ้าเพื่อป้องกันการเกิดกระแสเหนี่ยวนำ และควรพ่นสีแยกชนิดของท่อแต่ละท่อเพื่อง่ายต่อการตรวจสอบแก้ไข

     นอกจากนี้เพื่อความเข้าใจและความปลอดภัยของตัวท่านเอง ท่านควรถามผู้ที่มาดำเนินการระบบงานไฟฟ้าให้กับบ้านของท่านถึงวิธีการทำงาน รายละเอียด และขั้นตอนการทำงาน อย่างน้อยก็เพื่อความอุ่นใจของตัวท่านเองนะครับ

error: Content is protected !!
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.