บ้านดี...ดีอย่างไร (ตอน 5) โดย คุณ พิชิต  อรุณพัลลภ
 
วัสดุคุณภาพ (Quality Material)

บ้านที่ดีมีคุณภาพไม่ได้หมายถึงบ้านที่มีราคาแพง  ความเรียบร้อยสวยงาม  ความลงตัว  และความคงทนต่อการใช้งานต่างหากถือเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณา   เพราะบ้านเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูงและมีอายุการใช้งานค่อนข้างนาน    บางครั้งในหนึ่งช่วงชีวิตอาจมีโอกาสสร้างบ้านได้เพียงครั้งเดียว   ดังนั้นการพิจารณาเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพเป็นสิ่งจำเป็น  โดยทั่วไปการเลือกใช้วัสดุให้เหมาะสมควรพิจารณาจากความเหมาะสมจากการใช้งานและอารมณ์ความรู้สึกของผู้ใช้เป็นที่ตั้ง  วัสดุไม้  หิน  โลหะ  กระเบื้อง  คอนกรีต  ล้วนมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน  หินเป็นวัสดุที่คงทนให้อารมณ์ที่หนักแน่น  ขัดเงาแล้วให้ความรู้สึกหรูหรา  ไม้ให้ความรู้สึกที่ผ่อนคลาย  อบอุ่นอ่อนโยนต่อการสัมผัส  ในขณะที่โลหะหึความรู้สึกกะทัดรัด  คล่องตัว  เบา  และดูร่วมสมัย

          การใช้วัสดุพื้นผิวที่มีคุณภาพ (Floor Finishing)  วัสดุที่นำมาทำผิวพื้นมีอิทธิพลต่อบรรยากาศภายในห้องที่แตกต่างกัน   สี  ความเรียบเนียนของผิววัสดุ  ความมันวาวมีผลต่ออารมณ์ความรู้สึกทันทีที่ได้สัมผัส  พื้นหินและกระเบื้องเน้นการใช้งานที่สมบุกสมบันทนทาน  แต่ต่างที่ความหรูหราและความเป็นธรรมชาติ    จึงเหมาะใช้บริเวณพื้นชั้นล่างส่วนสาธารณะ    ในขณะที่พื้นไม้ให้ความรู้สึกอบอุ่น  อ่อนโยน  สงบ  และความเป็นกันเอง  จึงมักใช้ในพื้นที่ส่วนตัว  เช่น  ห้องนอน  ห้องพระ  ไม้เนื้อแข็งเหมาะกับการปูพื้น  ในขณะที่ไม้เนื้ออ่อนเหมาะกับการกรุผนังหรือทำเฟอร์นิเจอร์  สีพื้นที่อ่อนจะให้ความรู้สึกโปร่งเบาและดูกว้างกว่าพื้นสีเข้ม  ผิวสัมผัสเรียบมันวาวเหมาะใช้สำหรับพื้นที่ภายในมากกว่าภายนอก

          การใช้วัสดุกรุผิวผนัง (Special Surface)     นอกเหนือจากความจำเป็นในการปูผิวผนังด้วยกระเบื้องหรือหินตามการใช้งานในส่วนห้องน้ำหรือห้องครัวแล้ว        การเลือกใช้วัสดุปูผิวผนังในพื้นที่ส่วนอื่นทั้งภายในและภายนอกตามตำแหน่งที่เหมาะสมยังช่วยสร้างจุดสนใจ  ความสวยงาม   และเพิ่มคุณค่าให้กับบ้านหลังนั้น     ในขณะเดียวกันยังช่วยลดความกระด้างของตัวบ้านลงด้วยความเป็นธรรมชาติ  เช่นผนังหินธรรมชาติผิวหยาบบริเวณเสาหรือฐานบ้าน  ทำให้ตัวบ้านดูขรึม    หนักแน่น   มั่นคง  ในขณะเดียวกันแผงตกแต่งไม้ช่วยลดการดูดซับความร้อนของผนังก่ออิฐและทำให้บ้านดูอ่อนโยนสวยงาม

          รายละเอียดปลีกย่อย (The detail that count )   รายละเอียดปลีกย่อยที่สามารถสัมผัสได้ด้วยตานับเป็นปัจจัยสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่จะบ่งบอกถึงคุณภาพของบ้านที่ดี   การใช้คอนกรีตหรือปูนซีเมนต์ที่มีคุณภาพ ความเรียบร้อยของงานฉาบผิวผนัง  แนวดิ่ง  ฉาก  ของเหลี่ยมผนัง   แนวระดับของผนังต่อฝ้าเพดาน   ความเรียบเนียนของฝ้าเพดาน  การจบของรอยต่อระหว่างวัสดุปูผิว 2 ชนิด    ความพอดีและลงตัวของการติดตั้งชุดประตูและหน้าต่างที่แนบสนิทกับแนวผนัง  ตลอดอุปกรณ์บานพับ    ลูกบิดมือจับที่มีคุณภาพแข็งแรงทนทาน   การใช้สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำที่ดีและการติดตั้งอุปกรณ์ที่แน่นหนาได้แนวได้ระดับ    ตลอดจนความเรียบร้อยของการติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า  สวิทซ์และปลั๊กเหล่านี้  เป็นต้น  ล้วนเป็นตัวที่จะยกระดับของงานที่ดีมีคุณภาพ

          งานสีและผิวสัมผัส (The finishing touch)  นอกเหนือจากการเอาใจใส่ในรายละเอียดผนัง  พื้น  และการติดตั้งอุปกรณ์ประตูหน้าต่าง    สิ่งสุดท้ายที่ไม่ควรละเลยคืองานทำสีและงานจบสีผิวบานประตู  โดยเฉพาะประตูหน้าบ้าน  โดยความเป็นจริงเราได้สัมผัสคุณค่าของบานประตู    ซึ่งเป็นส่วนที่เชื่อมต่อกิจกรรมต่าง ๆ    และใช้งานมากและบ่อยที่สุดในบ้าน  บานประตูที่ดีและสวยงามไม่จำเป็นต้องมีราคาแพง แต่อยู่ที่คุณภาพของวัสดุที่ใช้ทำตัวบาน    อุปกรณ์ติดตั้งบานและสีผิวสัมผัส   บานประตูที่ดีมีขนาดและความหนาที่เหมาะสม   ไม้ที่ใช้ควรเป็นไม้เนื้อแข็ง    การทำสีผิวบานต้องเรียบเนียนและใช้สีที่มีคุณภาพคงทนต่อการขูดขัดและแรงกระแทก    อาจเป็นสีย้อมไม้แบบธรรมชาติหรือทำสีเคลือบพ่น  ทั้งนี้ขึ้นอยู่ความชอบ   สไตล์  และบรรยากาศการตกแต่งภายในห้อง  รายละเอียดเหล่านี้จะเป็นตัวเสริมความสมบูรณ์แบบที่คุณจะพอใจทุกครั้งที่ได้สัมผัส

บ้านที่ดีไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว  แต่เกิดจากการคัดสรรกลั่นกรอง   และพิถีพิถันในรายละเอียด  ทั้งนี้ขึ้นอยู่ความชัดเจนในความต้องการ  วิสัยทัศน ์ความเชื่อและความปรารถนาของผู้ครอบครอง การคัดสรรผู้ออกแบบที่ดีและคำนึงถึงปัจจัยทางกายภาพแวดล้อมมีส่วนช่วยในการหล่อหลอมผลงานคุณภาพ  การจะครอบครองบ้านที่ดีสักหนึ่งหลัง    เจ้าของบ้านต้องให้เวลา  ศึกษาและให้ความสำคัญเพื่อที่บ้านในฝันสามารถสะท้อนและรองรับวิถีการใช้ชีวิต  (Lifestyle)   ที่จะสะท้อนความสุนทรียภาพ  (Aestheticness)  ของตนเองได้อย่างเต็มที่



« BACK
 
Copyrights 2524 Richie Houses Co., Ltd. l sitemap